ทีมงานของพวกเรา พร้อมกับเทรดเดอร์มากกว่า 7,000,000 คน!
ในทุกวัน พวกเราได้รวมงานร่วมกันเพื่อพัฒนาการเทรด พวกเรามีผลตอบรับที่ดี และยังเดินหน้าต่อไป
การยอมรับจากเทรดเดอร์นับล้านจากทั่วทุกมุมโลกนั้นเป็น ผลงา่นอันน่าประทับใจมากที่สุดของพวกเรา! คุณเลือกตัวเลือก และพวกเราจะจัดการทุกอย่างให้ตรงกับการคาดหวังของคุณ !
พวกเราเป็นทีมงานที่ดีที่สุด!
InstaSpot รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ร่วมงานกับคุณ !
นักแสดง, แชมป์เปี้ยนทัวร์นาเม้น UFC 6 และฮิโรที่แท้จริง !
ชายผู้สามารถก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาได้ด้วยตัวเขาเอง ชายผู้ที่นำพาเส้นทางให้พวกเรา
ความลับที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Taktarov ก็คือการมุ่งหน้าไปสู่เป้าหมายแบบทันที
เปิดเผยทุกด้านของความสำเร็จคุณ !
ค้นพบ, พยายาม, ผิดพลาดได้ แต่อย่าพึ่งหยุดยั่ง !
InstaSpot ที่พร้อมจะเป็นจุดเริ่มต้น เรื่องราวความสำเร็จของคุณ !
คู่เงิน EUR/USD เดินหน้าปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในวันอังคาร โดยการเคลื่อนไหวรอบนี้ไม่ได้มีปัจจัยกระตุ้นที่ชัดเจนจากตัวเลขเศรษฐกิจมหภาคหรือปัจจัยพื้นฐานในระดับท้องถิ่น และไม่ได้ถูกขับเคลื่อนด้วยเหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ด้วยเช่นกัน ขณะนี้ยังมีรายงานข่าวทยอยออกมาจากตะวันออกกลางและทำเนียบขาว ซึ่งแทบจะไม่สอดคล้องกับแนวคิดเรื่อง “การลดความตึงเครียด” หรือ “การยุติความขัดแย้ง” ตัวอย่างเช่น เมื่อวันจันทร์ Donald Trump ประกาศแนวคิดในการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งแทบจะไม่ใช่พัฒนาการในเชิงบวก อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงหยุดยิงสองสัปดาห์ยังคงมีผลบังคับใช้ และจนถึงตอนนี้ทั้งสองฝ่ายก็ยังไม่ละเมิดข้อตกลง มีกระแสข่าวว่าการเจรจาอาจกลับมาเริ่มต้นอีกครั้งในสัปดาห์นี้ ซึ่งถือเป็นสัญญาณเชิงบวก ต่อให้เป็นการเจรจาที่ไม่มีความคืบหน้ามากนัก ก็ยังดีกว่าการสู้รบที่ยืดเยื้อ
เรามองว่าการที่ยูโรปรับตัวขึ้นต่อเนื่องมากกว่าหนึ่งสัปดาห์ เป็นเพราะ “อายุการใช้งาน” ของปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ได้หมดลงแล้ว เราได้เตือนซ้ำหลายครั้งว่า ดอลลาร์ไม่สามารถและจะไม่สามารถปรับตัวขึ้นต่อไปได้ด้วยปัจจัยเพียงตัวเดียว เพราะในภาพรวมแล้ว แทบไม่มีปัจจัยสนับสนุนอื่น ๆ สำหรับการแข็งค่าของดอลลาร์ในขณะนี้
ในเชิงเทคนิค แนวโน้มขาขึ้นยังคงชัดเจนโดยไม่มีข้อกังขา จะว่าไปแล้วคงยากที่จะบอกได้ว่าการปรับขึ้นของยูโรจะยืนได้นานแค่ไหน แต่ในตอนนี้เทรดเดอร์มีระดับราคาทางเทคนิคให้ใช้เป็นจุดอ้างอิงในการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของมุมมองตลาด หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกครั้ง ดอลลาร์อาจกลับมาฟื้นตัวแข็งค่าได้ แต่โดยภาพรวมแล้ว เรายังคงคาดว่าแนวโน้มขาขึ้นของคู่เงินนี้จะดำเนินต่อไปในปี 2025 ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม
ในกรอบเวลา 5 นาทีของเมื่อวานนี้ มีสัญญาณซื้อเกิดขึ้น 2 ครั้ง ราคาดีดตัวขึ้นจากโซน 1.1750–1.1760 สองรอบ ทำให้เทรดเดอร์มีโอกาสเปิดสถานะซื้อได้ตั้งแต่ช่วงต้นของเซสชันยุโรป ตอนท้ายวัน คู่เงินขยับขึ้นไปราว ๆ อย่างน้อย 25 pips ซึ่งเป็นกำไรที่สามารถทำได้ไม่ยากนัก
รายงาน COT ล่าสุดลงวันที่ 7 เมษายน ภาพสำหรับกรอบเวลาแบบรายสัปดาห์แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า Net Position ของกลุ่ม Non-commercial ยังคงมีมุมมอง “ขาขึ้น” อยู่ แต่กำลังลดลงอย่างรวดเร็วท่ามกลางเหตุการณ์ด้านภูมิรัฐศาสตร์ เทรดเดอร์กำลังเทขายยูโรในวงกว้างเพื่อหันไปถือดอลลาร์สหรัฐนมากขึ้น นโยบายของ Donald Trump ไม่ได้เปลี่ยนแปลง แต่ดอลลาร์ในขณะนี้ทำหน้าที่เป็น “สกุลเงินสำรอง” ซึ่งหนุนให้เกิดอุปสงค์ที่แข็งแกร่งต่อดอลลาร์
ในมุมมองของเรา ยังไม่เห็นปัจจัยพื้นฐานที่จะมาช่วยหนุนค่าเงินยูโรให้แข็งค่า แต่กลับมีปัจจัยมากมายที่อาจกดดันดอลลาร์ให้อ่อนค่า สงครามในตะวันออกกลางทำให้ดอลลาร์กลายเป็นสินทรัพย์ที่น่าดึงดูดเป็นพิเศษในช่วงสั้น ๆ แต่เมื่อ “อายุการใช้งาน” ของปัจจัยนี้หมดลง ทุกอย่างก็มีแนวโน้มจะกลับสู่ภาวะปกติ ในระยะยาว ยูโรอาจอ่อนค่าลงไปบริเวณ 1.06 (แนวเส้นเทรนด์) แต่แนวโน้มขาขึ้นโดยรวมยังคงอยู่ ปัจจุบัน ราคาคู่เงินยังไม่ได้เคลื่อนตัวออกห่างจากเส้นแนวโน้มขาลงมากนัก ซึ่งถูกทะลุผ่านขึ้นไปแล้วหลายครั้ง
ตำแหน่งของเส้นสีแดงและสีน้ำเงินบนอินดิเคเตอร์บ่งชี้ถึงภาวะสมดุลระหว่างฝั่งกระทิงและฝั่งหมี ในสัปดาห์ที่รายงานล่าสุด จำนวนสถานะ Long ของกลุ่ม “Non-commercial” เพิ่มขึ้น 800 สัญญา ขณะที่จำนวนสถานะ Short เพิ่มขึ้น 8,800 สัญญา ดังนั้น Net Position จึงลดลงอีก 8,000 สัญญาในรอบสัปดาห์
ในกรอบเวลา 1 ชั่วโมง คู่เงิน EUR/USD ยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น การปะทุความตึงเครียดครั้งใหม่ในตะวันออกกลางอาจทำให้ลำดับความสำคัญของนักเทรดเปลี่ยนไปอีกครั้ง ดังนั้นการปรับตัวขึ้นของราคาคู่เงินควรถูกมองด้วยความระมัดระวัง ในขณะเดียวกัน สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียดอย่างต่อเนื่องแต่ไม่ได้เลวร้ายลง จึงมีเหตุผลไม่มากนักที่ดอลลาร์สหรัฐจะแข็งค่าต่อไป ขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณทางเทคนิคที่บ่งชี้ว่าราคาจะปรับตัวลง
เมื่อวันที่ 15 เมษายน เรากำหนดระดับต่อไปนี้สำหรับการเทรดไว้ที่: 1.1362, 1.1426, 1.1542, 1.1615-1.1625, 1.1657-1.1666, 1.1750-1.1760, 1.1830-1.1837, 1.1907-1.1922 รวมทั้งเส้น Senkou Span B (1.1583) และเส้น Kijun-sen (1.1730) เส้นของอินดิเคเตอร์ Ichimoku อาจมีการขยับตัวตลอดทั้งวัน ซึ่งต้องนำมาพิจารณาเมื่อกำหนดสัญญาณเทรด อย่าลืมเลื่อนจุด Stop Loss มาที่จุดคุ้มทุนเมื่อราคาขยับไปในทิศทางที่ต้องการแล้ว 15 pips เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการขาดทุนหากสัญญาณกลายเป็นสัญญาณหลอก
ในวันพุธ จะมีการประกาศรายงานการผลิตภาคอุตสาหกรรมในสหภาพยุโรป และประธาน ECB Christine Lagarde จะกล่าวสุนทรพจน์อีกครั้ง ส่วนในสหรัฐฯ ปฏิทินเหตุการณ์ค่อนข้างว่างเปล่า
ในวันพุธ เทรดเดอร์อาจพิจารณาเปิดสถานะขายหากราคาดีดตัวจากโซน 1.1830-1.1837 โดยมีเป้าหมายทำกำไรที่บริเวณ 1.1750-1.1760 ส่วนสถานะซื้อสามารถถือต่อโดยมีเป้าหมายที่โซน 1.1750-1.1760 เนื่องจากราคาดีดขึ้นมาจากบริเวณ 1.1657-1.1666 และสามารถเปิดสถานะซื้อใหม่ได้หากราคายืนเหนือโซน 1.1830-1.1837 ได้อย่างมั่นคง
ระดับแนวรับและแนวต้านเป็นเส้นสีแดงหนา ซึ่งเป็นบริเวณที่การเคลื่อนไหวของราคาอาจสิ้นสุดลง ระดับเหล่านี้ไม่ใช่แหล่งกำเนิดสัญญาณเทรด
เส้น Kijun-sen และ Senkou Span B เป็นเส้นของอินดิเคเตอร์ Ichimoku ที่ถูกยกมาจากกรอบเวลา 4 ชั่วโมงมาแสดงบนกรอบเวลา 1 ชั่วโมง เส้นเหล่านี้เป็นเส้นที่แข็งแกร่ง
ระดับสุดขอบ (Extreme levels) เป็นเส้นสีแดงบางที่ราคามีการดีดตัวจากจุดนั้นมาก่อน ระดับเหล่านี้เป็นแหล่งกำเนิดสัญญาณเทรด
เส้นสีเหลืองคือเส้นแนวโน้ม ช่องแนวโน้ม และรูปแบบทางเทคนิคอื่น ๆ
อินดิเคเตอร์ 1 บนกราฟ COT แสดงขนาดของสถานะสุทธิ (Net Position) ของแต่ละกลุ่มเทรดเดอร์
*บทวิเคราะห์ในตลาดที่มีการโพสต์ตรงนี้ เพียงเพื่อทำให้คุณทราบถึงข้อมูล ไม่ได้เป็นการเจาะจงถึงขั้นตอนให้คุณทำการซื้อขายตาม
บทวิเคราะห์ของทาง InstaSpot จะทำให้คุณทราบถึงแนวโน้มของตลาด! ในการที่เป็นลูกค้าของทาง InstaSpot นั้นคุณจะได้รับการบริการเพื่อการซื้อขายอย่างเต็มประสิทธิภาพอย่างมากมาย