empty
 
 
th
สนับสนุน
เปิดบัญชีเทรดทันที
แพลตฟอร์มการเทรด
ฝาก/ถอน

24.03.202607:05 Forex Analysis & Reviews: วิธีเทรดคู่สกุลเงิน GBP/USD ในวันที่ 24 มีนาคม? เคล็ดลับง่ายๆ และการวิเคราะห์การเทรดสำหรับผู้เริ่มต้น

Relevance up to 00:00 2026-03-25 UTC--4

วิเคราะห์การเทรดวันจันทร์:

กราฟ 1H ของคู่เงิน GBP/USD

Exchange Rates 24.03.2026 analysis

คู่เงิน GBP/USD เคลื่อนไหวไปในทิศทางใกล้เคียงกับคู่เงิน EUR/USD ในวันจันทร์ ช่วงครึ่งแรกของวัน ดอลลาร์กลับมาเอนเอียงไปทางแข็งค่าขึ้นอีกครั้ง เนื่องจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังไม่ดีขึ้น และในช่วงสุดสัปดาห์ Donald Trump ขู่ไว้ว่าจะโจมตีภาคพลังงานของอิหร่าน หากช่องแคบ Hormuz ไม่ถูกเปิดภายใน 48 ชั่วโมง ฝั่งอิหร่านตอบโต้ด้วยการประกาศความพร้อมที่จะโจมตีภาคพลังงานของชาติพันธมิตรสหรัฐฯ ในภูมิภาคนั้นเช่นกัน ทำให้ตั้งแต่ต้นสัปดาห์เทรดเดอร์ต่างเตรียมรับมือกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดการยกระดับความขัดแย้งทางทหารในตะวันออกกลางอีกระลอก อย่างไรก็ตาม Trump ก็ทำตลาดช็อกในวันจันทร์ตามสไตล์ถนัดของเขา ด้วยการกล่าวว่าได้มี “การเจรจาที่ดีมาก” กับอิหร่าน และเขาจะเลื่อนการตัดสินใจโจมตีภาคพลังงานออกไปอีกห้าวัน ซึ่งตีความได้ว่าอาจมีสันติภาพเกิดขึ้นในอิหร่านในไม่ช้า

อย่างไรก็ตาม เพียงครึ่งชั่วโมงให้หลัง เจ้าหน้าที่อิหร่านออกมาระบุว่าไม่ได้มีการเจรจาใด ๆ กับ Washington แต่ตลาดเลือกที่จะเชื่อ Trump โดยตีความถ้อยแถลงของเขาเป็นสัญญาณของความพร้อมที่จะยุติความขัดแย้ง ทั้งนี้ ไม่อาจกล่าวได้ว่าเงินปอนด์แข็งค่าขึ้นมากนักในช่วงท้ายวัน แนวโน้มขาขึ้นระลอกใหม่ยังคงอ่อนแรง เป็นเพียงการปรับฐาน และยังขาดปัจจัยพื้นฐานมาสนับสนุนอย่างชัดเจน

กราฟ 5M ของคู่เงิน GBP/USD

Exchange Rates 24.03.2026 analysis

ในกรอบเวลา 5 นาทีของวันจันทร์ มีสัญญาณการเทรดเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก แต่ส่วนใหญ่เกิดขึ้นหลังจากการประกาศของ Trump เมื่อราคามีความผันผวนอย่างรุนแรงสลับไปมาหลายทิศทาง ดังนั้นเราจะพิจารณาเฉพาะสัญญาณที่เกิดขึ้นก่อนการแถลงของ Trump เท่านั้น ซึ่งมีเพียงสองสัญญาณ คู่เงินดีดตัวจากโซน 1.3319-1.3331 สองครั้ง ซึ่งในที่สุดก็เป็นตัวกระตุ้นให้ราคาปรับตัวลงมาสู่โซน 1.3259-1.3267 เทรดเดอร์มือใหม่สามารถทำกำไรจากการร่วงลงในช่วงเช้าได้ราว ๆ 40 pips

วิธีเทรดในวันอังคาร:

ในกรอบเวลา 1 ชั่วโมง คู่เงิน GBP/USD อาจเริ่มต้นการสร้างแนวโน้มขาขึ้นอย่างจริงจัง ปัจจุบันยังไม่มีปัจจัยเชิงโครงสร้างที่สนับสนุนการแข็งค่าของดอลลาร์ในระยะกลาง ดังนั้นในปี 2026 เราคาดว่าจะเห็นการกลับมาของแนวโน้มขาขึ้นในภาพใหญ่ที่เริ่มตั้งแต่ปี 2025 ซึ่งอาจผลักดันคู่เงินให้เคลื่อนตัวไปยังบริเวณ Low แถว ๆ 1.4000 ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดให้ความสนใจอย่างเต็มที่กับสงครามในตะวันออกกลาง แต่ปัจจัยนี้ไม่สามารถเป็นแรงหนุนให้ดอลลาร์ได้ตลอดไป และในขณะนี้ก็ไม่มีปัจจัยอื่นที่ช่วยหนุนดอลลาร์เพิ่มเติม

ในวันอังคาร เทรดเดอร์มือใหม่สามารถเปิดสถานะขายได้ หากราคายืนต่ำหรือลงมาดีดตัวจากโซน 1.3403-1.3407 โดยตั้งเป้าที่ 1.3319-1.3331 หากราคายืนเหนือโซน 1.3403-1.3407 ได้ สามารถเปิดสถานะซื้อโดยมีเป้าหมายที่ 1.3437-1.3446 และ 1.3484-1.3489

ในกรอบเวลา 5 นาที ระดับราคาที่ควรติดตามในตอนนี้ ได้แก่: 1.3096-1.3107, 1.3203-1.3212, 1.3259-1.3267, 1.3319-1.3331, 1.3403-1.3407, 1.3437-1.3446, 1.3484-1.3489, 1.3529-1.3543, 1.3643-1.3652, 1.3695, 1.3741-1.3751 ในวันอังคาร จะมีการเผยแพร่ดัชนีกิจกรรมทางธุรกิจในภาคบริการและภาคการผลิตทั้งของสหราชอาณาจักรและสหรัฐฯ แต่มีแนวโน้มว่าตลาดจะยังคงให้ความสนใจกับสถานการณ์ในตะวันออกกลางเป็นหลัก

หลักการสำคัญของระบบเทรด:

  1. ความแข็งแกร่งของสัญญาณถูกกำหนดจากระยะเวลาที่ใช้ในการเกิดสัญญาณนั้น (การดีดตัวหรือการเบรคทะลุ) ยิ่งใช้เวลาน้อย สัญญาณยิ่งมีความแข็งแกร่งมาก
  2. หากมีการเปิดออเดอร์ที่ระดับราคาใดระดับหนึ่งจากสัญญาณหลอกจากจุดนั้นมาแล้วสองครั้งขึ้นไป สัญญาณทั้งหมดจากระดับเดิมในภายหลังควรถูกมองข้าม
  3. ในภาวะตลาดไซด์เวย์ คู่เงินใด ๆ ก็สามารถสร้างสัญญาณหลอกจำนวนมาก หรืออาจไม่มีสัญญาณเลยก็ได้ ไม่ว่าในกรณีใด เมื่อเริ่มเห็นสัญญาณว่าเป็นตลาดไซด์เวย์ ควรหยุดการเทรดจะดีกว่า
  4. การเปิดออเดอร์ควรทำในช่วงระหว่างการเปิดตลาดยุโรปไปจนถึงช่วงกลางของตลาดอเมริกา หลังจากนั้นควรปิดออเดอร์ทั้งหมดด้วยตนเอง
  5. บนกรอบเวลา 1 ชั่วโมง ควรใช้สัญญาณจากอินดิเคเตอร์ MACD ในการเทรดเฉพาะเมื่อมีความผันผวนที่ดี และมีแนวโน้มที่ได้รับการยืนยันด้วยเส้นเทรนด์หรือช่องเทรนด์
  6. หากมีระดับราคาสองระดับที่อยู่ใกล้กันมาก (ห่างกันเพียง 5-20 pips) ควรพิจารณาว่าเป็นโซนแนวรับหรือแนวต้านเดียวกัน
  7. เมื่อราคาขยับไปในทิศทางที่ถูกต้อง 20 pips แล้ว ควรเลื่อน Stop Loss มาที่จุดคุ้มทุน (breakeven)

สิ่งที่ควรมองหาในกราฟ:

ระดับราคาแนวรับและแนวต้าน คือระดับที่ใช้เป็นเป้าหมายในการเปิดออเดอร์ซื้อหรือขาย และสามารถตั้งจุด Take Profit ไว้บริเวณใกล้ ๆ ระดับเหล่านี้ได้

เส้นสีแดงแสดงถึงเส้นช่องราคา (channel) หรือเส้นแนวโน้ม (trend line) ซึ่งบอกถึงแนวโน้มปัจจุบัน และชี้ให้เห็นทิศทางที่ควรเน้นการเทรดในตอนนี้

อินดิเคเตอร์ MACD (14,22,3) – แท่งฮิสโตแกรมและเส้นสัญญาณ – เป็นอินดิเคเตอร์เสริมที่สามารถใช้เป็นแหล่งสัญญาณได้เช่นกัน

การกล่าวสุนทรพจน์และรายงานสำคัญ (ซึ่งมักจะถูกระบุในปฏิทินข่าวอยู่แล้ว) สามารถส่งผลกระทบอย่างมากต่อการเคลื่อนไหวของคู่สกุลเงิน ดังนั้นในช่วงเวลาที่มีการประกาศ ควรเทรดด้วยความระมัดระวังอย่างสูง หรืออาจเลือกออกจากตลาดไปก่อนเพื่อหลีกเลี่ยงการกลับตัวที่รุนแรงสวนทางกับทิศทางเดิม

เทรดเดอร์มือใหม่ในตลาดฟอเร็กซ์ควรจดจำไว้ว่า ไม่ใช่ทุกออเดอร์ที่จะทำกำไรได้ การพัฒนากลยุทธ์ที่ชัดเจนและการบริหารเงินที่มีประสิทธิภาพคือกุญแจสำคัญของความสำเร็จในการเทรดระยะยาว

*บทวิเคราะห์ในตลาดที่มีการโพสต์ตรงนี้ เพียงเพื่อทำให้คุณทราบถึงข้อมูล ไม่ได้เป็นการเจาะจงถึงขั้นตอนให้คุณทำการซื้อขายตาม

ข้อดีจากการอ่านคำแนะนำของนักวิเคราะห์ได้แบบทันที
ฝากเงินเพิ่มเข้าไปในบัญชีการซื้อขาย
เปิดบัญชีการซื้อขาย

บทวิเคราะห์ของทาง InstaSpot จะทำให้คุณทราบถึงแนวโน้มของตลาด! ในการที่เป็นลูกค้าของทาง InstaSpot นั้นคุณจะได้รับการบริการเพื่อการซื้อขายอย่างเต็มประสิทธิภาพอย่างมากมาย

หากไม่สะดวกคุยในตอนนี้
ระบุคำถามไว้ได้ใน แชท.